E-book สวรรค์รำลึก

รำลึกศึกษา

ศึกษาประวัติของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาในอดีต

ร้านหนังสือสวรรค์รำลึก

เยี่ยมชมเรา

สื่อมงคลสำนักปู่สวรรค์

สิ่งดีที่ฝากไว้ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ความรู้ทางวิญญาณ จากการศึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ภาพยนต์รำลึก

ชมภาพยนต์ประวัติศาสตร์และสื่อเพื่อการศึกษาค้นคว้า

หลวงปู่-พุทธภาวะพุทธภาระ

A-loungpoo

พุทธภาวะ พุทธภาระ

เจริญพร

คืนนี้ซึ่งเป็นคืนแห่งวิสาขบูชา เป็นการสมมติของการนับในโลกมนุษย์ สภาวะแห่งการสมมตินี้ ถือว่าตามหลักแห่งความจริงแล้ว คำว่า วอสาขบูชาก็อยู่ในภาวะของมันคือสภาพแห่งการวนเวียนมา และเวียนไปนี้เป็นสิ่งสมมติของมนุษย์

เพราะฉะนั้น คืนนี้ ที่มีพรหม เทพ มนุษย์ทั้งหลายมาชุมนุมกันในพิธีในคำนี้คำเทศน์ของอาตมานี้อาตมาจะให้หัวข้อว่า

พุทธภาวะ พุทธภาระ

อะไรเรียกว่า พุทธภาวะ นั้น ในสภาวะแห่งการเป็นพุทธะ ภาวะอันนั้น คืออยู่ในกึ่งกลางพุทธะและในวิถีการแห่งการเป็นพุทธภาวะนั้น มันมีอยู่ในหลักแห่งการปณิธานพุทธภาวะและปัญญาพุทธภาวะ และในวิถีการปัญญาพุทธภาวะนั้น เป็นวิถีการเรียนสมมติของโลกมนุษย์ และการที่ผู้ที่รู้ตัวว่า เป็นพุทธในปัญญา นั้นแหล่ จะเป็นบุคคลที่รู้ และเป็นบุคคลที่จะต้องไปสู่ในอบายภูมิมากว่าจะไปถึงพุทธภูมิ เพราะอะไรเล่า เพราะในสภาพการแห่งการนั้น ได้ถือว่า ตีข้อข้อธรรมะข้อใดแหลกแตกแล้วก็ถือว่าถึงนั้น มันไม่ถึงหรอก ผู้ใดเข้าใจว่าตัวนั้นถึงพุทธภูมิผู้นั้นไม่ถึงพุทธภูมิ เพราะอะไรเล่า เพราะในวิถีการที่จะบำเพ็ญตนเป็นพุทธเจ้านั้น จะต้องเป็นการตั้งปณิธานมาจากแต่ละอสงไขย และในสภาพการณ์แห่งการที่จะเป็นพุทธภาวะนั้นจะต้องมี

หนึ่ง อธิฐานบารมี

สอง บุญในอดีตชาติ

สาม พลังแห่งจิตในการปฏิบัติทางฌาน

ทีนี้ ในสภาวการณ์แห่งวิถีการที่จะถึงพุทธภาวะนั้นแหล่เจ้าตัวก็ไม่ละทิ้งว่า ตัวนั้นคือพุทธะ คือวิถีการแห่งการเป็นพุทธะจะต้องแสดงออกในหมู่ชนผู้นับถือผู้ที่เห็นเข้าใจคือในวิถีการ อาตมาทำไมจึงไม่พูดว่าพุทธภาวะพุทธภาระ คือในภาวการณ์ณืนั้นแหล่ องค์สมณโคดมเมื่อได้บำเพ็ญตนว่า สำเร็จเป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้นแล้วไซร้ องค์สมณโคดมนั้นก็ได้มีวิถีการหาหมู่คณะแห่งการตั้งศาสนาพุทธขึ้น ณ ในครั้งกระนั้น องค์สมณโคดมต้องมีภารกิจแห่งการปฏิบัติ เมื่อวิถีการที่จะแสดงว่า ข้านี้แหละคือผู้ที่อยู่เหนือโลกอยู่เหนือธรรมะ ในสภาวะแห่งการแสดงตนว่าเป็นผู้ที่อยู่เหนือโลก เหนือธรรมะนั้นแหละ จะแสดงว่าอย่างไร

ในอดีตกาลครั้งหนึ่ง องค์สมณโคดมจะไปโปรดเหล่าชฎิลทั้งหลาย ในสภาวะนั้นแหล่ องค์สมณโคดมไปถึงได้แสดงว่า เรานี้คือผู้แห่งสภาวะพุทธะ เรานี้พุทธะ เรานี้คือผู้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือธรรม เหล่าชฎิลทั้งหลายที่จะทดสอบว่า อันที่องค์สมณโคดมถือว่าตนเป็นถึงพุทธะนั้นจริงหรือไม่

เหล่าชฎิลได้นิมนต์องค์สมณโคดมไว้เพื่อฉันข้าว ในวิถีแห่งการทดสอบอารมณ์ขององค์สมณโคดม เหล่าชฎิลเอาอะไรให้องค์สมณโคดมฉัน เขาเหล่านั้นได้นำข้าวสาลี และกับที่องค์สมณโคดมฉันนั้น มีสองอย่าง คือ ขี้วัว และเยี่ยววัว

ในสภวะนั้นแหล่ องค์สมณโคดมต้องพิสูจน์ว่าตนนั้นสามารถฉันขี้วัวและเยี่ยววัวนั้นเข้าไป จึงจะถือว่าเป็นผู้ถึงแห่งพุทธะ ในสภาวะนั้นแหล่องค์สมณโคดมก็ได้แสดงอัจฉริยะแห่งการเป็นพุทธะให้เห็น โดยองค์สมณโคดมได้อาโปปฎิฌาน เข้าฌานขั้นละลาย อาหารนั้นเป็นอากาศตัวองค์สมณโคดมก็เป็นอากาศ ได้ฮันข้าวสาลีพร้อมด้วยขี้วัวและเยี่ยววัวนั้นเข้าไปหมด

หลังจากในวิถีการฉันเสร็จแล้วองค์สมณโคดมยังได้แสดงธรรมะข้อ เครื่องไม่จีรังนี้ปฏิกูลเปื่อยเน่าไปทั้งสิ้นจนเหล่าชฎิลนั้นได้รับรู้ว่าอ้อนั้นหนอองค์สมณโคดมยังสามารถฉันลงไป ฉันเสร็จแล้วก็ยังสามารถมีการเทศให้ฟังด้วย ซึ่งเป็นการว่า จิตนั้นถึงวิมุตติจิตอันแท้จริงแล้วซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้นี้เป็นเอหิปัสสิโกเป็นยอดแห่งอัจฉริยะตามหลักของปัจจุบัน และในวิถีการแห่งการที่องค์สมณโคดมในการพิสูจน์ตนเป็นพุทธภาวะนั้นก็มีอีกครั้งหนึ่ง

องค์สมณโคดมได้เดินทางไปสู่หมู่บ้านในสาวัตถีในหมู่บ้านสาวัตถีนั้นล้วนแต่นับถือศาสนาพราหมณ์และในสภาวะองค์สมณโคดมไปถึง ก็ว่าวันนั้นหมายถึงพุทธะเหล่าชาวสาวัตถีในหมู่บ้านทั้งหลายก็ได้พิสูจน์ว่า องค์สมณโคดมถึงพุทธะภาวะจริงหรือไม่ ก็นิมนต์องค์สมณโคดมนอนอยู่กลางแจ้ง ในภาวะคืนแห่งองค์สมณโคดมนอนอยู่ ณ ที่นั้น คืนนั้นได้เกิดฝนห่าใหญ่ อย่างท่วมแผ่นดิน องค์สมณโคดมก็ไม่เปียกแม้จะนอนอยู่ที่นั้น ซึ่งภาวะอันนี้แหล่ การที่จะถึง พุทธะภาวะนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราคิดจะพูดว่า เราถึงพุทธะภาวะก็ถึง มันจะต้องเป็นสิ่งที่พิสูจน์ใช้ชาวโลกเขาเห็นว่าเราถึงพุทธะได้จริงดังที่เราแอบอ้าง ดังที่เราอวดตนและองค์สมณโคดมก็ไม่เตยไปอวดตนว่า ตนนี่ถึงแห่งพุทธะ หลักแห่งการเป็นนั้นสภาวะนั้นอยู่ในหลักแห่งวิถีการของมัน ของธรรมชาติแห่งพุทธะ ซึ่งมีสภาพการณ์นี้ นี่ไม่มีผู้ใดรับตัวว่าพุทธะแล้ว ก็ถึงพุทธะ เพราะอะไรเล่าผู้ถึงพุทธะก็ไม่ใช่ ผู้ไม่ถึงพุทธะก็ไม่ใช่อยู่สมมติแห่งสวนสายกลางนั่นแหล่

และพูดอีกอย่างหนึ่ง ในวิธีการเรียกว่าภาวะและภารกิจขององค์สมณโคดมที่ปฏิบัติอยู่ในวิหารเชตวันก็ดี การโปรดสัตว์โดยการบิณฑบาตนั้น องค์สมณโคดมก็ได้เดินทางที่เรียกว่าเป็นกิโล ๆ เป็นโยชน์ ๆ ไปโปรดผู้ที่จะถ่ายกรรมให้เขา จะได้ยกระดับจิตแผ่กุศลให้เขา ไม่เหมือนพระภิกษุสงฆ์ในปัจจุบันนี้เรียกว่า เดินนิดหน่อย ก็ขี้เกียจเดินแล้วก็เดินเข้าวัด และในวิธีการอันนี้แหล่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ให้พิสูจน์ว่าผู้ที่ว่าเวลานี้บวชเป็นพระสงฆ์นั้นไม่ได้ปฏิบัติตามภารกิจที่องค์สมณโคดมถือมา พระบางองค์เรียกว่าสักแต่ห่มผ้าเหลืองกินแล้วก็นอน ในสภาพการนี้แหล่ หลักและความจริงแห่งพุทธะขององค์สมณโคดมตอนนั้น พุทธะภาวะอยู่ แต่มนุษย์ยุคนี้ติดอยู่ในวัด ติดอยู่ในหลักแห่งวิถีการหลง จึงไม่ได้เข้าถึงรู้ซึ้งถึงภาวะแห่งพุทธะอันนั้นและในภาระกิจแห่งการในวิถีการณ์แห่งการปกครองขององค์สมณโคดมในวิหารเชตวันในสมัยก่อนนั้น องค์สมณโคดมก็ปกครองในวิถีการเป็นนักปกครองที่ดี คือ

ในหมู่เหล่าพระสงฆ์ทั้งหลาย เรียกว่าพระสาวกขององค์สมณโคดมในวิหารเชตวัน องค์สมณโคดมได้แบ่งวิถีการปกครองออกเป็นหมวด หมวดละสิบคน และในสภาพการณ์แห่งการปกครองนั้น องค์สมณโคดมได้จัดวิถีการณ์แห่งการเรียกว่า ปุจฉาวิปัสสนาเป็นวิถีการณ์แห่งการตื่นเช้าขึ้นมาทำภารกิจในเสร็จแล้ว

ตกเย็นเข้ามาหมู่คณะนั้นจะต้องมาพิจารณาตน จะต้องพิจารณาหมู่คณะฝ่าย ก.

จะต้องมาพิจารณาอุปนิสัยหมู่คณะฝ่าย ข.

พิจารณาหมู่คณะฝ่าย ค. ว่าผู้นี้กระทำความผิดอะไรให้ปรับปรุง

ในสภาวะนั้นแลจึงได้ทำให้อาณาจักรขององค์สมณโคดมแตกกว้างใหญ่ไพศาลถึงปัจจุบันนี้ เพราะอะไรเล่า เพราะว่าเหล่าผู้มีจิตแห่งการเป็นอรหันต์ประชุมนั้นแล เขาไม่มีอารมณ์ และวิถีการปกครองว่าผู้ที่ปกครองนั้นแลตัวย่อมไม่ค่อยรู้ภาวะของตัว ผู้อื่นชี้ภาวะของตัวและผู้นั้นจะต้องรีบปฏิบัติเปลี่ยนแปลงตามภาวะผู้อื่นชี้นั้นแล ผู้นั้นจะได้ปกครองไปสู่ในหลักแห่งความสำเร็จแน่

เพราะฉะนั้นในยุคแห่งวิถีการที่ว่าจะพูดอะไร อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะเทียบอะไรให้มนุษย์ฟังแห่งการพุทธภาวะนั้นก็เทศน์แล้วว่ามันไม่มีการอวดรู้ ต้องผู้ที่ปฏิบัติถึงและแสดงออกถึงเหล่ามนุษย์รับรองผู้นั้น ถึงจะถึง พุทธภาวะ พุทธภาระซึ่งในสภาวการณ์ยุคนี้เหล่าเกจิอาจารย์ทั้งหลายล้วนแต่เต็มไปด้วยคัมภีร์เปล่า อ่านหนังสือตำราหนึ่งเล่มก็ถือว่าตัวเก่ง ถือว่าตังถึงพุทธภาวะ จึงหลงอยู่ในอบายภูมิหลงอยู่ในหลักแห่งโลกีย์ ในวิถีการแห่งจิตนั้น ถ้าถึงภาวะแห่งการเป็นพุทธะ คำว่าหิวย่อมไม่มี ขันธ์นี้เป็นของโลก โลกนี้เป็นของขันธ์ ขันธ์เพื่อให้โลกอยู่ อยู่เพื่อขันธ์นี้ตาย ซึ่งในวิถีการณ์ถ้าว่าในหลักแห่งความจริงแล้วองค์สมณโคดมจะได้ฉันแต่มื้อเดียว และในสภาพการณ์อีกข้อหนึ่งซึ่งเหล่ามนุษย์ทั้งหลายได้สนใจว่า องค์สมณโคดมฉันแล้วมีวิถีการณ์ทังสาวิรัติหรือไม่ อาตมาขอแถลงแทนองค์สมณโคดมให้ทราบว่า คำว่า มังสวิรัติขององค์สมณโคดมนั้น ฉันลงไปนั้นไม่มีคำว่าอร่อยและไม่อร่อย ดูนิ่งเฉย และพระองค์จะฉันสิ่งที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ฉันเพื่อให้ขันธ์อยู่ ขันธ์อยู่เพื่อนามธรรมปฏิบัติเผยสอนหลักแห่งคำว่า สัจจะ

เพราะฉะนั้น ในวิถีการณ์นี้แล เหล่ามนุษย์ทั้งหลายที่จะบำเพ็ญตนสู่โลกุตระนั้น จงโปรดอย่าหลงทะนงตนเป็นอะไร ตนได้อะไร ผู้ที่หลงตนทะนงตนว่าตนได้อะไร เป็นอะไรผู้นั้นคือไม่ถึงอะไร

(พระธรรมเทศนา คืนวันวิสาขบูชา วันเสาร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๑ เวลา ๒๒.๐๐ น.)

Contribute!
Books!
Shop!