E-book สวรรค์รำลึก

รำลึกศึกษา

ศึกษาประวัติของหุบผาสวรรค์เมืองศาสนาในอดีต

ร้านหนังสือสวรรค์รำลึก

เยี่ยมชมเรา

สื่อมงคลสำนักปู่สวรรค์

สิ่งดีที่ฝากไว้ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ความรู้ทางวิญญาณ จากการศึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.คลุ้ม วัชโรบล

ภาพยนต์รำลึก

ชมภาพยนต์ประวัติศาสตร์และสื่อเพื่อการศึกษาค้นคว้า

สมเด็จโต-ธรรมะสยบมาร

A-somdejto

ธรรมะสยบมาร

(วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๔)

สมเด็จ : เจริญพร วันนี้อาตมาจะเทศน์เรื่องเกี่ยวกับหลักแห่งการเข้าซึ้งถึงการเป็นมนุษย์ หลักแห่งการที่จะรู้ว่ากฎของกรรมในพระพุทธศาสนานั้นคืออะไร

            ในสภาวการณ์ทั้งหลาย มนุษย์เราติดตัวตน มนุษย์เรายึดอวิชชา มนุษย์เรามักคาดคะเน มนุษย์เราสร้างอุปทาน มนุษย์เหล่านั้นย่อมที่จะไม่เข้าซึ้งถึงจุดแห่งความหลุดพ้นแห่งสังสารวัฏ แห่งกฎแห่งกรรม

            ทีนี้ ในพลังทั้งหลาย ปรัชญาแห่งพุทธศาสนานั้น ให้มนุษย์ทั้งหลายว่า หนึ่ง ท่านจงอย่าติดคำนินทา ท่านจงอย่ายินดีต่อคำสรรเสริญ ท่านควรจะวางตนอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทาแห่งการให้จิตนั้นอยู่กลาง ในการวินิจฉัยเหตุผลทั่วไปของสรรพสิ่งแห่งธรรมชาติของอาตมัน

            สสาร พลังงานทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะมีปัจจัยเป็นสิ่งส่งเสริมให้เป็นผล ผลนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีกรรมแห่งการติดในอดีตสู่ปัจจุบัน จึงนำตนสู่ความหายนะหรือความสำเร็จในอนาคต

            ทั้งนี้และทั้งนั้น ท่านทั้งหลาย ท่านต้องวางใจเป็นกลางในการที่จะทำงานเกี่ยวกับศาสนา ท่านต้องเข้าใจว่าชีวิตที่ลำบากที่สุดคือชีวิตการเป็นนักพรต นักพรตจะต้องอยู่อย่างอดทน นักพรตจะต้องอยู่อย่างสงบ เพื่อในการรู้กาละแห่งการ นินทา สรรเสริญ กล่าวร้ายของมนุษย์ทั้งหลาย

            ท่านทั้งหลาย ถ้าท่านศึกษาในพระไตรปิฎกอย่างชัดเจนแล้วท่านจะเข้าใจว่า องค์สมณโคดมสอนท่านว่าอย่างไร

            ๑. ท่านจงอย่าเชื่อคำเทศน์ของตถาคต โดยท่านยังไม่ได้ปฏิบัติตามในสิ่งนั้นให้ถึงหลักแห่งสัจจะ

            ๒. ท่านจงอย่าสร้างอุปาทานในสรรพสิ่ง

            ๓. ท่านจงอย่าเพิ่งคาดคะเนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ต้องเป็นสิ่งนี้ โดยไม่ได้เข้าไปค้น เข้าไปศึกษา เข้าไปทำ

            ๔. ท่านจงอย่าเชื่อคำบอกกล่าวของบุคคลที่ท่านเชื่อถือ ก่อนที่ท่านจะลงความเห็นด้วยความตริตรอง วินิจฉัย

            ๕. ท่านจะต้องปฏิบัติให้เข้าสู่จุดแห่งความจริง แห่งธรรมชาติอันแท้จริง เมื่อนั้นท่านจึงจะรู้จักตถาคต

            สิ่งเหล่านี้ มนุษย์ทั้งหลายลืมหลักแห่งความจริงที่องค์สมณโคดมสั่งสอนมา บางคนยึดตนเหนือมนุษย์ บางคนถือทิฐิแห่งมโนมยิทธิของตนเป็นที่ตั้ง บางคนถูกตัวโลภครอบจนลืม

            เพราะฉะนั้น อาตมาจึงได้เขียนคติไว้ว่า สามเมาทิ้งได้ นิพพานมีหวังคือท่านอย่าเมาโลภ ท่านอย่าเมาโกรธ ท่านอย่าเมาหลง ท่านจงศึกษาคนด้วยการกระทำของเขา ท่านต้องติดตามคนให้ตลอดก่อนที่จะลงความเห็นวินิจฉัยในสิ่งใดๆ โดยการคาดคะเน อย่ามีอุปาทานยึดตนเป็นสรณะ

            สรรพสัตว์เกิดขึ้นในโลกเพราะมีกรรมของตนไม่เหมือนกัน เมื่อท่านหวังนิพพาน ท่านต้องทิ้งในการยึดสรรพสิ่ง วางสรรพสิ่งเมื่อนั้นจะเข้าซึ้งถึงธรรมะแห่งสัจจะอันแท้จริง

            ท่านจะเดินทางสู่สวรรค์ ท่านจะต้องมีมหาเมตตาเป็นที่ตั้ง ท่านจะต้องมีสัจจะเป็นสรณะ ท่านจะต้องชำระจิตใจของท่านให้บริสุทธิ์ นั่นก็คือทางสวรรค์เปิดรับท่าน

            ท่านจะไปทางนิพพาน ท่านจะต้องอย่ากลัว อย่าหลง อย่าห่วง อย่าติด เมื่อท่านทิ้งสิ่งเหล่านี้ได้ เมื่อนั้นแหล่ ท่านจะถึงประตูนิพพาน

            เมื่อท่านยังไม่ถึงสิ่งเหล่านี้ ขอให้ท่านทั้งหลายจงมีศีลเป็นสรณะด้วยการอย่าเบียดเบียน กล่าวร้ายป้ายสีเพื่อนมนุษย์ของท่านที่กำลังทำความดี

            เพราะฉะนั้น อาตมาจึงขอเตือนเหล่ามนุษย์ว่า ถ้าท่านถือว่าท่านเป็นพุทธมามกะที่แท้จริง ท่านถือว่าท่านเป็นปัญญาชนที่แท้จริงแล้วไซร้ ท่านจะต้องใช้สมองวินิจฉัยในเหตุผลปัจจัยทั้งหลายที่เกิดขึ้นว่ามันจะต้องมีมูลกำเนิดแห่งที่ก่อจากจุดใด แล้วมันจะเสวยผลในจุดใดอันนี้ท่านทั้งหลายต้องใช้ความวินิจฉัยอย่างรอบคอบ เมื่อนั้นท่านจะไม่หลงกลเหล่ามนุษย์ที่เรียกว่ายึดตน

หมายเหตุ : ธรรมะสยบมารนี้ท่านอ่านทบทวนอย่างพิจารณา มหาพิจารณาแล้ว คงจะพบดวงตาเห็นธรรม

Contribute!
Books!
Shop!