สมเด็จโต-คนตายแล้วอายุจะลดหรือเพิ่ม

  • Print

A-somdejto

คนตายแล้วอายุจะลดหรือเพิ่ม

การแสดงธรรมเทศนาของ

หลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี

วันศุกร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๔

(คัดจากหนังสือประสบการณ์วิญญาณ เล่ม ๖ รวบรวมโดย ศจ.ดร.คลุ้ม วัชโรบล)

เลขาธิการ

          ผมมีความสงสัยเรื่องเกี่ยวกับนรกสวรรค์สามสิบสามชั้นที่หลวงพ่อจะเขียนครับ ผมก็บันทึกอะไรบ้างพอสมควร ทีนี้คน มนุษย์เมื่อตายตอนอายุ ๘๐ กับคนตายเมื่อตายอายุ ๑๐ ขวบนี่ เวลาที่ตายกลับไปเป็นวิญญาณแล้วนี่มันอายุเท่าไรครับ

หลวงพ่อสมเด็จฯ

          คือสภาพของกายเนื้อกับสภาพของชีวิตหลังตายนั้นต้องเข้าใจว่า ชีวิตในภาวะแห่งการเป็นโอปปาติกะหรือการไปสู่ในโลกทิพย์นั้น ลดหลั่นกันไปตามวาระวิบากกรรม เช่นคนที่ป่วยขนาดหนักเมื่อเขาตายใหม่ ๆ นั้น เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว  รู้สึกว่าทำไมเดินเหินสบาย ทำไมจึงไม่มีการเจ็บปวด อันนั้นวิญญาณแห่งทิพย์นั้นได้ถอดออกจากกายเนื้อไป ฉะนั้นผู้ที่ตายอายุ ๘๐ ไปสู่ในสภาพของวิญญาณแล้ว จะอยู่ในสภาวะนับแบบชีวิตมนุษย์ก็ราว ๆ ๕๐ เท่านั้น ฉะนั้นลดหลั่นกันไม่มากนัก แต่ว่าในด้านสุขภาพกายทิพย์กับกายเนื้อแยกกันได้ ภาวะแห่งกายทิพย์กับกายเนื้อนั้นเมื่อแยกออกแล้ว กายทิพย์จะเบาหวิว เรียกว่าเบาสบาย เท่ากับอายุแห่งการเป็นมนุษย์ต่างกัน นับเป็นโลกมนุษย์ไม่ว่าจะตายอายุเท่าไร บวก ลบ คูณ หาร ๓๐ เป็นจุดคูณ พอจะเข้าใจไหม

เลขาธิการ

          เด็กสิบขวบที่ตายละครับ จะเป็นอย่างไรบ้างครับ

หลวงพ่อสมเด็จฯ

          เด็กสิบขวบกลับไปเขาอาจจะคืนเป็นไปสู่สภาพวิญญาณเดิม ต้องดูวิญญาณเดิมเขาอายุเท่าไร แล้วถ้าวิญญาณที่เขาตายนี่ เขาตายอย่างไม่ถึงอายุขัย สภาพวิญญาณเดิมของเขาเป็น ๘๐ เขาอาจจะมาเกิดเป็นเด็ก มันก็ต้องคืบคลานตามภาวะปัจจุบันขึ้นมา มันถูกการปรุงแต่งของธรรมชาติที่เป็นเด็ก

เลขาธิการ

          ผมรู้สึกจำได้คลับคล้ายคลับคลาที่บาทหลวงเขียนเอาไว้ในโลกทิพย์นะครับ เขาบอกว่าคนแก่ตายไปแล้ว เขาอายุน้อยไปเรื่อยจนกระทั่งเป็นหนุ่ม ส่วนเด็กตายจะอายุมากขึ้นจนกระทั่งเป็นหนุ่ม แล้วจบที่เป็นหนุ่มสาว อันนี้จะเท็จจริงอย่างไรครับผม

หลวงพ่อสมเด็จฯ

          นี่มันพวกชั้นจาตุมหาราชิกา คือพวกที่ยังมีกายหยาบ ไม่ใช่ว่าตายแล้วเป็นหนุ่ม คือ มันสภาพกายหยาบนี่เบาหวิว ทีนี้การที่บำเพ็ญให้หนุ่มนี่หมายความว่า ถ้าอำนาจฌานญาณยิ่งสูง ที่เขาเรียกว่าทิพย์อำนาจสูง ทิพย์อำนาจนี้ก็ทำให้สังขารนี้เป็นชีวิตแห่งความนิรันดรที่ศาสนาคริสต์ว่า ชีวิตที่แนบนิ่งติดกับพระเจ้าย่อมอยู่ชั่วนิรันดร หมายความว่าจิตวิญญาณผู้นั้นตายจากโลกมนุษย์แล้ว สามารถที่จะบำเพ็ญให้จิตวิญญาณสูงขึ้น ให้พ้นจากกฎสังสารวัฏได้ด้วยการเข้าถึงฌานญาณ และบำเพ็ญเป็นพระปัจเจกโพธิเจ้า พระอรหันต์ เป็นต้น ทิพย์อำนาจพวกนี้ในโลกทิพย์เขาบำเพ็ญกันได้ อันนี้ก็หมายความว่าเราต้องให้แบ่งในชนชั้นเป็นหลัก หรือแบ่งตามกรรมวิบากของวิญญาณที่ตายจากโลกมนุษย์ว่าอยู่ในภาวะไหน ถ้าเขาเป็นผู้ที่สร้างกุศลมากหรือว่าผู้ที่บำเพ็ญฌานญาณมาก เขาจะพ้นจากการเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาไปได้ เช่นไปเป็นพรหม เป็นต้น เป็นพรหมนี่เขาเรียกว่าบำเพ็ญกายแห่งอมตะของกายทิพย์ ภาวะแห่งการบำเพ็ญกายแห่งอมตะของกายทิพย์นี้ไปเรื่อย ๆ จะไม่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นการเสวยอายุขัย

          อย่างเช่น ท้าวมหาพรหมชินนะปัญจะระ ท่านสิ้นจากโลกมนุษย์เมื่ออายุ ๒๓ ปี ๖ เดือน เท่านั้น ชีวิตของท่านซึ่งตั้งแต่พุทธกาลมาถึงปัจจุบันนี้ก็สองพันกว่าปี ถ้าเรานับอายุอย่างโลกมนุษย์เวลานี้ท่านก็ต้องแก่หง่อม แต่ว่าท่านยังสง่าผ่าเผยสบายมาก เพราะฉะนั้นอันนี้เขาเรียกว่าอยู่ที่กระแสแห่งทิพย์อำนาจจิตในจิต ญาณในญาณ วิญญาณในวิญญาณมีพลังแห่งความสะสมขนาดไหน ฉะนั้นผู้ที่สู่การเป็นพรหมแล้วจะเป็นวิญญาณที่เรียกว่าอมตะ และก็อยู่ที่เรียกว่าอารมณ์แห่งการทิ้งขันธ์ในขณะนั้น

          อย่างอาตมภาพนี้ทิ้งขันธ์เมื่ออายุ ๘๐ กว่า ก็ยังใช้อารมณ์นั้นมาแบบ ๘๐ กว่า แล้วก็อยู่อย่างนี้เรื่อย แต่ถ้าจะปรุงแต่งให้เป็นหนุ่มขึ้นมาก็ปรุงแต่งได้ แต่ไม่เอาเพราะว่าอาตมาไม่ติดในรูปแห่งอนิจจัง